คนที่ยิ่งใหญ่ในโลกของศิลปะ ย่อมมีคนสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่
อยู่เบื้องหลังยิ่งในวงจรของทุนนิยม ที่ชีพจรมันเดินด้วยธุรกิจ และเม็ดเงิน
เป็นหลักใหญ่ ย่อมต้องมีผู้ที่เจนจัดทั้งด้านศาตร์และศิลป์ในการบริหาร
จัดการให้ตัวศิลปิน
ศิลปินล้านนาที่ยิ่งใหญ่ในโลกดนตรีร่วมสมัย จรัล มโนเพ็ชร ย่อมมี
มานิด อัชวงศ์เป็นเหมือนเงาตามตัวภายใต้ ตำนานที่ถูกกล่าวขาน 5 ปีเต็ม
กับภาวะการจากไป ลิขสิทธิ์บทเพลงทั้งหมดของ จรัล มโนเพ็ชร
ได้ตกอยู่กับ ลูกชายคนเดียว ไตรศุลี มโนเพ็ชร ภายใต้การดูแล และ
จัดการของ มานิด อัชวงศ์เช่นกัน อัลบั้ม "ซึงสุดท้าย" เป็นงานซีดี 2 แผ่นคู่
ที่มีเพลง รวมกัน 23 บทเพลง น่าจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งในการคัดสรร
บทเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร ผ่านคนใกล้ชิดตัวเขามากทีสุด ในฐานะ
ผู้จัดการส่วนตัวและดูทุกสิ่งทุกอย่างให้กับจรัล
มานิด อัชวงศ์ ได้รำลึกความหลังและแรงบันดาลใจ ที่มาที่ไปของบทเพลงแต่ละเพลงที่เขาเลือกมา โดยนำมาผูกโยงกับอารมณ์ปัจจุบัน ของการถวิลหาถึงภาพความประทับใจในอดีตด้วยเช่นกัน
ความผูกพันของศิลปินและผู้จัดการส่วนตัวนั้น
เป็น เรื่องลึกล้ำในฐานะมนุษย์ คนหนึ่งกับมนุษย์อีกคนหนึ่ง 25 ปี ซึ่งเดินทางและทำงานอย่างเอื้อหนุนซึ่งกันและกัน คนหนึ่งเป็นศิลปินที่คอยสร้างสรรดนตรีและบทเพลงขับกล่อมผู้ฟังในสไตล์เฉพาะ ตัว ด้วยดนตรีร่วมสมัยที่มีรากฐานมาจากเอกลักษณ์ดนตรีพื้นถิ่นล้านนา อันเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์พิเศษของจรัล มโนเพ็ชร ส่วนอีกคนหนึ่เป็นผู้จัดการส่วนตัว เชี่ยวชาญและมีสัมผัสพิเศษในการฟังดนตรีร่วมสมัย ที่สามารถอยู่ในกระแสตลาดเพลงพ็อพ โดยเฉพาะการนำจิตวิญญาณของล้านนาหรือภาคเหนือของไทยนำเสนอ ออกสู่โสตสัมผัส ของคนฟังทั้งประเทศให้เข้าถึงที่สุด แม่นยำเรื่องการบริหารจัดการ กระบวนการผลิต การตลาด ดูแลภาพลักษณ์
จนถึงชีวิตส่วนตัว
เพราะฉะนั้น อัลบั้ม “ซึงสุดท้าย” จึงเป็นการประมวลและการถ่ายทอดความรู้สึกที่นำความหลังมาบอกเล่าเป็นตัว หนังสือให้อ่านประกอบกับบทเพลงทั้งหมด ซึ่งเป็นความพิเศษอย่างหนึ่งสำหรับศิลปินที่ล่วงลับไปแล้ว เพราะเป็นธรรมเนียมที่คนฟังเพลงจะได้ฟังเพลงในอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างไปจาก การออกงานในแบบสตูดิโออัลบั้มหรืออัลบั้มแสดงสดในวาระปกติ
"ซึงสุดท้าย" เป็นบทเพลงที่ถูกถอดจากอัลบั้ม "ศิลปินป่า" ของจรัล เนื่องจากต้องการเก็บเอาไว้ด้วยเหตุผลว่า....เศร้าเกินไป หากมีปัจจัยอื่นๆ คน 2 คนที่มองตากันรู้ใจคือมานิด กับจรัล ในความต้องการที่จะให้บทเพลงบทนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่ออกสู่สาธารณชนจริงๆ
ส่วนบทเพลงที่เหลือ โดยส่วนหนึ่งจะเป็นบทเพลงที่รนู้จักกันดีในฐานะเพลงฮิตที่อยู่ในใจของคนฟัง และเป็นลายเซ็นของจรัล มโนเพ็ชร รวมถึงมานิดเลือกเวอร์ชั่นที่ต้องกับรสนิยมของเขา ซึ่งไม่คุ้นหูมาให้ฟังกัน ไม่ว่า รางวัลแด่คนช่างฝัน, สาวเชียงใหม่, มิดะ, อุ้ยคำ, ล่องแม่ปิง
บทเพลงดีมีความหมายตอกย้ำความรู้สึกของจรัล กับมานิด อาทิ ความหวัง ความฝันของวันนี้, สัญญา,เพื่อน, เมียวเมียว มูมู, หรือว่าฉันเหงา, อดีตที่ไม่เคยลืม ฯลฯ
รวมถึงเพลงที่แสดงถึงชั้นเชิง ประสบการณ์ทางดนตรี ที่พัฒนาถึงขั้นสูงของจรัล ในรูปออร์เคสตราและเพลงประกอบภาพยนตร์ แม่ปิงซิมโฟนี และ กาเหว่าที่บางเพลง
และที่สำคัญบทเพลงในโอกาสพิเศษที่แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ บทเพลง รอยพระบาท, สดุดีแม่เจ้าหลวง, และฮ่มฟ้าบารมี
บทเพลงทั้งหมด 23 เพลง แสดงให้เห็นถึงความคิดและพัฒนาการทางดนตรีของจรัล
ตั้งแต่ยุคโฟล์คซองพื้นถิ่นล้านนามาจนถึงเพลงพ็อพร่วมสมัยในยุคทศวรรษ 2520 - 2530
และคลี่คลายสู่รากเหง้าธรรมชาติโฟล์คแบบนิวเอจและออร์เคสตร้าที่ซับซ้อน
และแน่นอนในที่นี่ ก็ต้องมีเสียงร้องอันหวานอ้อยสร้อยแบบแม่ญิงชาวเหนือแท้ๆของ
สุนทรี เวชานนท์
หากจะบอกว่า มานิด อัชวงศ์ ได้เขียนจดหมายเหตุฉบับย่นย่อของตังเองให้กับ จรัล มโนเพ็ชร โดยแกนกลางอยู่ที่บทเพลงอันอยู่ในใจของเขาด้วยความสมบูรณ์แบบก็คงไม่ผิด ความจริงไปนัก
ซึ่งก็ได้แต่หวังว่า เขายังมีวัตถุดิบอีกมากมายที่เป็นข้อมูลปฐมภูมินำเสนอถึงศิลปินดนตรีร่วม สมัย ตำนานของล้านนา ซึ่ง 100 ปีจะมีเกิดขึ้นสักคน ออกนำมาเสนอเป็นเป็นซีรีส์ปีละ 1 อัลบั้ม โดยเป็นคอนเซ็ปต์หรือแนวคิดของตัวเอง ที่สัมผัสแนบสนิทชิดใกล้เหมือนเป็นรักษากล่องดวงใจเพื่อรักษาบทเพลงทั้งที่ ยอดนิยมฮิตอมตะ และหาฟังยากให้คนรุ่นต่อไปได้เสพสัมผัสต่อชีวิตจรัล มโนเพ็ชรให้อยู่ยงยั่งยืนนาน