ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ · ลืมรหัสผ่าน · สมัครสมาชิก
เว็บบอร์ด: เข้าใช้ Webboard RSS
recording industry
What is the history of making and listening to recordings in northern Thailand?
Joel #1
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2009 · 2 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: recording industry
สวัสดีครับ
ผมเป็นนักศึกษาชาวอเมริกันเรียนที่จุฬาฯ เคยติดต่อคุณมานิดปีที่แล้วเกี่ยวกับคอนเสริตจรัล30ปีที่ ม.ธรรมศาสครับ  ผมสนใจดนตรีล้านนา และตอนนี้กำลังทำ independent study เกียวกับการบันทึกเสียงและฟังแผนเสียงท่ีภาคเหนือ  เร่ืองที่ผมอยากถามสมาชิกทุกคนคือ ประวัตการอัดและฟังเสียงในภาคเหนือเป็นอย่างไรครับ  ภาคเหนือเริมมีแผนเสียงเมื่อไหร่  คุณเคยเริ่มฟังแผนเสียงหรือเทปเมื่อไหร่  ฟังประเภทอะไรบ้างครับ  มีดนตรีพื้นเมืองไหม  ก่อน จรัล มโนเพชร การอัดเสียงเพลงล้านนาเป็นอย่างไรครับ  ไครที่ตอบจะช่วยผมเข้าใจเรื่องน้ีมากนะครับ ขอบคุณมากครับ

ตอบเป็นภาษาไทยรือภาษาอังกฤษก็ได้ครับ
prachid #2
ข้อความแทนตัว: ประชิด
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2007 · 30 โพสต์ · ที่อยู่: 282/4 ถ.ชนเกษม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
ต้องถามพี่มานิด  แหละครับ เพราะอยู่วงในจริงๆ
ส่วนตัวผม วงนอกมากๆ  เพราะเป็นแค่ผู้เสพงานดนตรี รู้งูๆ ปลาๆ  เดี่ยวจะทำวิทยานิพนธ์คุณผิดเอา

วงที่อัดแผ่นเสียง(แผ่นนะครับ ไม่ใช่เทป) ต้องเป็น ช่างซอ รุ่นดั่งเดิ ม  เช่น แก้วตาไหล  หรือรุ่น จั๋นติ๊บ ศรีออน แห่งบ้านปากทางจั๋นติ๊บ สามหลัง จอมทอง(ผมเคยถามลูกชาย ลุงจั่นติบ ศรีออนที่เป็นเพื่อนกัน ว่า พ่อแม่ เคยมีเป็นแผ่น แต่จะเป็นแผ่นครั่ง หรือ ไวนิล ไม่ทราบจริงๆ)

แก้วตาไหล ช่างซอ ฝีปากเยี่ยม ผมเอก็เกิดไม่ทัน เคยมีผลงานลือลั่น คือ ซอน้ำท่วมวังลุง

วงดนตรี นี้ ต้องศรีสมเพ็ชร ที่มีเพลงดังก่อน อ้ายจรัล   เย็นฤดี นี่ ดังทั่วประเทศ


โฟลค์ซองค์   ผมยังคิดว่า "วงแม่คำ" เชียงราย อัดก่อน 

โฟลค์ซองค์ เชียงใหม่ นี่ต้องถามพี่มานิดเลย  ต่องและเพื่อน   วสันต์ ขจร.....จรัล  มโนเพ็ชร


ถามผมว่าฟังเทป หรือ แผ่นเสียงก่อน

ต้องตอบว่าจากแผ่นเสียงก่อน เพราะ แผ่นเสียงมาก่อนเทป แต่อาจไม่มีเป็นของตัวเอง ฟังผ่านวิทยุ  ฟังผ่านเครื่องไฟที่เปิด ตามวัด  เวลามีงาน
ฟังประเภทไหน   ฟังทุกอย่างที่สถานีเปิดให้ฟัง  เพลงภาษาชาวเขา ที่สถานีวิทยุแห่งประเทศไทยเปิดให้ฟัง ฟังไม่รู้เรื่องก็ฟัง  เพราะตอนนั้นสื่อที่เข้าถึงผมได้ดีที่สุด คือ วิทยุ เอ เอ็ม เท่านั้น เอฟเอ็มนี่เป็ตัวเลือกที่สอง
แนวเพลงที่ฟัง  ลูกทุ่งเป็นหลัก มีดนตรีพื้นเมืองไหม  ดนตรีพื้นเมืองผมฟังสด จาก งานปอยต่างๆ หลักๆ ก็ซอพื้นเมือง

อย่าเชื่อตามผม เพราะ เป็นประสบการณ์ผมเท่านั้น  แต่คงมีอีกหลายคนที่เกิดก่อนผม และประสบการณ์การฟังเพลงแตกต่างกัน
มานิด อัชวงศ์ #3
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2007 · 2941 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: ตอบคูณ Joel
    ยินดีรับใช้ครับ
    ผมมีหน้าที่ ตอบเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับ ชีวิตและงาน จรัล มโนเพ็ชร
    ที่คุณถามมาคือ  "การบันทึกเสียง"
    เป็นเป็นเรื่องของวิชาการ
    ผมขอใช้เวลา ในการรวบรวม ข้อมูลต่าง ๆ / จะเขียนบันทึก แล้ว ยกมาตอบตรงนี้ โปรดให้เวลาผมหน่อยครับ 
    สมาชิกอื่น ๆ ก็สามารถช่วยผมได้  อย่างเช่นคุณ Prachid
    และ ผมคงจะต้องเรียกหา สมาชิกอื่น ๆ ที่เมืองเหนือ เช่น ปี้อ้อ ดีเจ. คนหนึ่ง / ปฏิญญา ตั้งตระกูล / นิพนธ์ สุวรรณรังษ๊ และอื่น ๆ ซึ่งผมจะเป็นผู้ออกปาก ชักชวนมาตอบ เพื่อให้ได้ หลาย ๆ แง่มุม
    ส่วนสมาชิกแฟนเพลง จรัล มโนเพ็ชร  เชิญนะครับ เรามาช่วยกัน หาข้อมูลทางวิชาการ
    อีกคน คุณ Kitti ก็น่าจะมีข้อมูลบ้าง

prachid #4
ข้อความแทนตัว: ประชิด
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2007 · 30 โพสต์ · ที่อยู่: 282/4 ถ.ชนเกษม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
ตาไหล กันทะจัน นาย (พ.ศ. 2457 -2537 )  
 
นายตาไหล กันทะจัน เกิดเมื่อปีขาล ที่บ้านศรีเตี้ยหมู่ที่ 3 ตำบลศรีเตี้ย อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายอินทร์และนางเอ้ย กันทะจัน มีพี่น้อง 10 คน สมรสกับนาง แสน กันทะจัน มีบุตรด้วยกัน 6 คน มีอาชีพรับจ้างแสดงซอตามงานฉลองต่าง ๆ

นายตาไหล กันทะจัน เรียนหนังสือกับพระที่วัดใกล้บ้านและเรียนการขับซอจากบิดากับมารดา เนื่องจากบิดามารดานายตาไหลเป็นช่างซอจากบิดามารดา เมื่ออายุย่างเข้าสู่วัยหนุ่มได้ออกจากบ้านไปพำนักอยู่กับช่างซอที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคเหนือสมัยนั้น คือช่างซอปั๋นแก้ว แห่งแม่ทา ลำพูน ซึ่งได้รับความนิยมมากในเขตจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ลำปางและตาก โดยเฉพาะในเขตอำเภออุ้มผาง อำเภอแม่ระมาด อำเภอแม่สอด รวมไปถึงอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย

นายตาไหล กันทะจันได้ติดตามรับใช้ช่างซอปั๋นแก้วเมื่อไปแสดงตามที่ต่าง ๆและมีโอกาสได้แสดงฝีปากหลายครั้งจนในที่สุดได้พัฒนาความสามารถของตนเองขึ้นมาเป็นช่างซอในระดับแนวหน้า ถึงแม้ว่าจะมีความรู้น้อยแต่มีไหวพริบที่ยอดเยี่ยม สามารถที่ซอโต้ตอบได้ได้อย่างฉับไว้ด้วยสำนวนที่คมคายเป็นที่ถูกใจของผู้ฟัง ต่อมาได้คิดหาแนวการซอจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว คือซอด้วยทำนองที่รวดเร็วทำให้ตอบโต้ได้ฉับไว จนทำให้นายตาไหล กันทะจัน กลายเป็นช่างซอที่โดดเด่น ประกอบกับลักษณะการซอจะมีท่วงทาและมีมุขตลกสอดแทรก จึงทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพรหลายไปทั่วภาคเหนือ

ประมาณปี พ.ศ.2505 เป็นต้นมา เริ่มมีความนิยมที่จะแข่งขันซอขึ้น เช่นการประกวดสถานีวิทยุ นายตาไหล กันทะจัน ได้เข้ารวมการแข่งขันด้วย ผลปรากฏว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ ต่อจากนั้นเดินทางเข้าร่วมในการประกวดซอความที่ต่างเช่น ที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย บ้านทุ่งเสลี่ยม บ้านท่อล้อ บ้านห้วยส้ม อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ผลการแข่งขันสามารถขับซอได้ชนะเลิศ ทุกครั้งไป เมื่อมีการประชันซอกันเมื่อใดดูเหมือนว่าประชาชนทุกคนต่างพากันฟังซอของคณะแก้วตาไหลอย่างท่วมท้น

นายตาไหล กันทะจัน ได้ซอมในนาม “ แก้วตาไหล ” และได้บันทึกแผ่นเสียงออกจำหน่าย ต่อมาได้บันทึกเทปในนาม “ แก้ว ตาไหล บ้านหนองล่อง ซึ่งมีซอหลายชุดด้วยกันช่างซอที่โต้ตอบกันเรียกว่า “ คู่ถ้อง ” หรือนักขับซอที่โต้ตอบกับแก้วตาไหล เสมอ เป็นช่างซอสตรีมีชื่อแก้วมา บัวบานขันแก้ว บัวติ๊บ บัวจั๋น ปั๋นแก้ว อุมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นช่างซอที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น

อนึ่ง นายตาไหล เคยบันทึกเทปเพลงซอโดยบริษัท นครพานิชย์ เชียงใหม่ เพื่อจำหน่ายทั่วภาคเหนือและเคยบันทึกแผ่นเสียงที่กรุงเทพ ฯ ด้วยนายตาไหล กันทะจันไม่เพียงแต่จะเป็นผู้มีความรู้และชำนาญในเรื่องซอเท่านั้น หากแต่ยังเป่าปี่ได้ไพเราะ ทำนองปี่ของนายตาไหลสามารถโน้มน้าวความคิดของผู้ฟังให้มีอารมณ์คล้อยตามได้ ทั้งนี้เมื่อมีผู้มาศึกษาเรื่องราวของซอและปี่ชุม

นายตาไหลก็สามารถให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจเป็นอย่างดี

ผลงานดีเด่น

- พ.ศ. 2495 ได้รับโล่เกียรติบัตร จากการประกวดที่สถานีวิทยุ วปถ.2

- พ.ศ. 2496 ได้เดินทางไปบันทึกแผ่นเสียงที่กรุงเทพมหานคร

- ได้บันทึกเพลงซอลงในเทปคาสเส็ท ที่ห้องอัดเสียง นครพานิชย์ และบันทึกเสียงที่

ร้านซาวด์ ถนนท่าแพ ผลงาน ดีเด่นที่ผู้ฟังชื่นชอบมีดังนี้

1. ซอตำนานเขื่อนยันฮี หรือซอน้ำท่วม วังลุง ทำนองเพลงอื้อ

2. ซอดาปอย

3.ซอเกี้ยวสาวแบบบ่าเก่า

4.ซอถามที่บ้านแบบโบราณ ฯลฯ

- เมื่อนายตาไหล กันทะจัน ชราภาพมากแล้ว จึงนิยมที่ซอตำนานพื้นบ้านที่สำคัญ ได้แก่

1.ซอตำนานช้างปู้ก่ำงาเขียว

2.ซอตำนานเมืองเก่าบ้านเวียงหนองล่อง

3.ซอตำนานพระธาตุห้าดวงเมืองลี้

4.ซอประวัติพระบาทหัวเสือเชิงดอยอินทนนท์ จอมทองเชียงใหม่

5.ซอตำนานเขื่อนยันฮี

นายตาไหล กันทะจัน ถึงแก่กรรมเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2537 ณ บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 2 ตำบลศรีเตี้ย อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน




""""""""""""""""""""""""""
ประวัติ แก้ว ตาไหล  ได้มาจาก google  มีแหล่งที่จะสืบต่อได้
ร้าน ซาวด์ ถ.ท่าแพ  ที่ว่านั้น  ตอนนั้น น่าจะชื่อร้าน 20ซาวด์ ใต้ถุนโรงหนังสุริวงค  ปัจจุบันไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว..
มานิด อัชวงศ์ #5
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2007 · 2941 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
    กำลังนั่งคิดเอง ด้วยตัวตนของตนเองว่า "นาจะเชิญ คุณ prachid มาเป็นกรรมการ หรือ อนุกรรมการ มูลนิธิส่งเสริมศิลปินล้านนา ฝ่ายอนุรักษ์เพลงเก่า"
    ขอบคุณมากครับ
มานิด อัชวงศ์ #6
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2007 · 2941 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: เรียนคุณ Joel
    ผมหายไป เพื่อค้นหารูป ห้องอันอินทนนท์  / ขออภัยยังไม่พบ เลยมาตอบก่อน
    จรัล มโนเพ็ชร เริ่มเข้าสู่วงการเพลง ในช่วงปลายปี 2520
    การบันทึกเสียงในชุดแรก ๆ  เช่น โฟล์คอซองคำเมือง ชุดที่ 2 และ 4 ทำการบันทึกเสียงที่ ท่าแพบรรณาคาร (ออกสู่ตลาดเป็น เทปคาสเซ็ท)
    ห้องอัดเสียง ท่าแพบรรณาคาร เป็นห้องอัดเสียงเล็ก ๆ อุปกรณ์ง่าย ๆ เท่าที่จะหาได้
    ต่อมา เมื่อปี 2521 จึงได้ทำห้งบันทึกเสียงอย่างแท้จริง ทีบ้านเลขที่ 10 ถนนสามล้าน ซอย 3 อ.เมือง จ.เชียงใหม่  (ขออภัย เขียนตามความจำก่อน กำลังค้นหาบ้านเลขที่ชัดเจน แล้วจะเข้ามาแจ้ง แก้ไข หรือ ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง )     บันทึกเสียงชุดแรกของ จรัล มโนเพ็ชร คือ "โฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ 2"  (ชุดนี้ได้ทำเป็นแผ่นเสียง)
    ชุดที่สองคือ "จากยอดดอย"
    ต่อมาคือ "ลูกข้าวนึ่ง" และ "อื่อ...จา...จา" 
    ทุกชุดได้ทำเป็นแผ่นเสียงหมด  ส่วนทางการตลาด ได้ออกจำหน่ายเป็น เทปคาสเซ็ท
    แรก ๆ  "ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์"  เปิดเพื่อทำงานของ จรัล มโนเพ็ชร เท่านั้น เพราะเป็นที่พักส่วนตัวของ จรัล มโนเพ็ชร ด้วย
    ต่อ ๆ มา เริ่มเปิดกว้าง ทำงานบันทึกเสียงให้ศิลปินคนอื่น ๆ เช่น เคยบันทึกเสียงงานชุดหนึ่ง ของภูสมิง หน่อสวรรค์ /
    อีกชุดหนึ่งคือ "บ่าวเคิ้น" ของบุญศรี รัตนัง เป็นงานสร้างสรรค์ของ ห้องบันทึกเสียงอินทนนท์ ซึ่งขายสิทธิ์ให้ ห้างแผ่นเสียงสหกวงเฮง
    เช่นเดียวกับงานของ สมบูรณ์ บุญโรจน์ ขุด "ต๋ำฮายา"
    รวมทั้งงานของ เกษม มโนเพ็ชร ชุดหนึ่ง (ขออภัยจำชื่อไม่ได้อีกแล้ว เมื่อค้นได้จะเข้ามาแจ้งเช่นกัน) คลับคล้ายคลับคลา "จ๋มเบ็ดกางโต้ง"
    ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์ มีงานทำตลอดเวลา เพราะเวลาส่วนที่เหลือ หากมีงานของ นักเรียน นักศึกษา ก็ยินดีทำให้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะตอนนั้น จรัล มโนเพ็ชร บอกว่า "ไม่เป็นไร ทำงานให้น้อง ๆ เด็ก ๆ"
    ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์ เป็นห้องบันทึกเสียงที่สมบูรณ์แบบ เทียบมาตราฐานหังบันทึกเสียงของ กทม.
    เพราะ ใช้เทปรีลใหญ่ / มิกเซอร์ 8 แทรก / โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้ไมค์ชนิดดีที่สุดที่หาซื้อได้ ในเวลานั้น ซื้อจากประเทศไทยและต่างประเทศ
    ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์ ใช้รูปใบองุ่นเป็นโลโก้  เพราะที่หน้าห้องบันทึกเสียง (ซึ่งเป็นทาวน์เฮ้าท์) มีต้นองุ่น
    ซาวด์เอ็นจิเนีย คนแรกและคนเดียวของ ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์ คือ คุณวินัย ศรีรัตน์ เพราะเขาทำงานตั้งแต่เปิดจนเลิกกิจการ และได้ย้ายมาอยู่ที่ ห้องอัดรามอินทรา จนทุกวันนี้
    สาเหตุที่เลิกกิจการ เพราะ จรัล มโนเพ็ชร ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ กทม. มาทำร้านอาหารบ้านจรัล มโนเพ็ชร ที่ถนนสุโขทัย
    ปัจจุบัน ที่บ้านนี้ ไม่ได้อยู่ในครอบครองของพวกเรา  เพราะถูกธนาคารยึดไปนานแล้ว
    คุณ Joel ครับ ขออภัยจริง ในส่วนของห้องบันทึกเสียง ของรายอื่น ๆ ผมไม่มีรายละเอียดเลยครับ  ผมได้ทำตามสัญญาแล้ว  คือได้บอกให้ ปี้อ้อ' พิมพินันท์ พ่วงพิพัฒน์  ให้เข้ามาช่วยตอบ / ส่วน ปฏิญญา และ นิพนธ์ ยังติดต่อไม่ได้ครับ  เขาใจว่าเขาคงยุ่งกับงานประจำ
Joel #7
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2009 · 2 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้นี้อีกครั้ง ได้ความรู้ไหม่เยอะมากวันนี้! ขอบคุณมาก ๆ ครับ
จากคำตอบผมมีคำถามอีกนิดๆ

คุณ prachid ได้เขียนสถานีวิทยุ "วปถ.2" ขอโทษ ผมไม่เคยรุ้จักสถานีวิทยุ วปถ.2 นะครับ "วปถ.2" หมายถึงอะไร เมื่อก่อนคนท่ัวไปนิยมฟังสถานีน้ีไหมครับ

คุณมานิดเขียน "ห้องบันทึกเสียง อินทนนท์ มีงานทำตลอดเวลา เพราะเวลาส่วนที่เหลือ หากมีงานของ นักเรียน นักศึกษา ก็ยินดีทำให้" งานของนักศึกษานักเรียนเคยเป็นอะไรครับ  จำตัวอย่างได้ไหม  (ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่สำคัญครับ แค่อยากรู้ครับ)

ขอบคุณครับ
มานิด อัชวงศ์ #8
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว กรกฎา 2007 · 2941 โพสต์
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
หัวเรื่อง: ตอบคุณ Joel / และเรียกหา คุณ prachid
    งานของนักเรียน นักศึกษา "ส่วนใหญ่เป็น การทำรายงานให้ครู - ประกอบการแสดง - ประกอบการเต้น - การเล่นละคร"
    ผมก็กำลังนึกอยู่ "ว.ป.ถ. ย่อมาจากอะไร แต่มีแน่นอนทุกวันนี้ยังดำเนินการอยู่ ตั้งอยู่แถวตลาดสันป่าข่อย ส่วนใหญ่เป็น รายการเพื่อชาวบ้าน ข่าวชาวบ้าน ข่าวศาสนา เป็นสถานีวิทยุขวัญใจชาวบ้าน แม่บ้าน หรือคนเฒ่าคนแก่ ที่อยู่กับบ้าน"
    เมื่อนึกถึง คำแปลของ ว.ป.ถ. จะเข้ามาบอก อาจจะนึกออกก่อน คุณ Prachid
    วิธีการตั้งคำถาม จากคุณ เป็นประโยชน์ต่อผมมาก  ผมเป็นคนแก่แล้ว จำอะไรไม่ค่อยได้  แต่เมื่อมีคำถาม ก็อาจจะนึกออก
prachid #9
ข้อความแทนตัว: ประชิด
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2007 · 30 โพสต์ · ที่อยู่: 282/4 ถ.ชนเกษม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
ต้องแก้ตัวก่อน เดี่ยวจะเข้าใจผิด

ประวัติ แก้วตาไหล นี่ผมได้มาจาก google  นะครับ ไม่ได้เขียนเอง

วปถ.2  ก็ใช้ google อีกเหมือนกัน ย่อมาจาก สถานีวิทยุกระจายเสียงประจำถิ่น ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ แต่ของเชียงใหม่ ใช้ วปถ.2

วปถ.2 แม่ข่าย เป็น เอเอ็ม ซึ่งมีรายการค่อนข้างเยอะ ทั้งละครวิทยุ  คณะแก้วฟ้า ซอ เพลงลูกทุ่งฮิตๆ  เป็นว่า เปิดสถานีเดียวทั้งวัน

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า
1. ผมเขียนจากความทรงจำวัยละอ่อนเท่านั้น เพราะบ้านผม อยู่อำเภอฮอด ค่อนข้างไกล  ทีวีมีช่องแปดลำปางช่องเดียว แถมอำเภอที่ผมอยู่ ตอนเด็ก ใช้ไฟปั่น หมายความว่า มีไฟฟ้าใช้ ช่วงกลางคืนเท่านั้น ดังนั้น สิ่งที่จะให้ความบันเทิงตลอดได้ ก็มี วิทยุ เอเอ็มเท่านั้น    เอฟเอ็ม ก็มีสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย 
2. ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่เชียงใหม่มานานนม มาอยู่ที่สุราษฎร์ธานี เป็นการถาวร มีแต่ความทรงจำเท่านั้นที่ติดตัวมา
3.ที่ผมรู้จัก ช่างซอ เพราะ แถวบ้านผม ตอนเด็กๆ เวลามางานปอย ปอขึ้นบ้านใหม่ ปอยหลวง นี่ ต้องช่างซอเท่านั้น ตอนนั้นแก้วตาไหล ถือว่าเดี่ยวมือหนึ่ง ย่านเชียงใหม่ตอนใต้ แต่ผมไม่ทัน ผมมาทัน ช่างซออีกคน ดูบ่อย งานใหนๆ เจ้าภาพจะต้องจ้างมา ชือ บุญตัน ดังทางสายใต้(ใต้เชียงใหม่ ลงมา) แต่ถ้าในเมือง ตอนนั้น  ศรีสมเพชรกับ ป้าจันทร์สม สายธารา เอาไปกินเรียบ เพราะตอนนั้น คณะสายธารา ซอออกวิทยุ (หมายความว่า เล่นละครซอ ออกทางวิทยุ วปถ.2)
4.เรื่องที่ผมรู้ คนรุ่นๆ ผมก็รู้หมดทุกคน เพราะ มันก็ฟังแบบเดียวกัน ที่จริงผมร้องเพลง สาวมอเตอร์ไซค์ได้ก่อนพี่จรัญออกเทปตั้งนาน ยังมีอีกเพลงที่ร้องคู่กันมา ก็คือเพลง ป๋อก้าหมูหน้อย อยู่โรงเรียนประถม ไม่รู้มันมาอย่างไง แต่ก็ร้องได้ ทุกวันนี้ก็ยังร้องได้

ส่วน ลุงจั๋นติบ แม่ศรีออน  เจ้าของตลาดจั๋นติ๊บ และปากทางจั๋นติ๊บ สามหลัง จอมทอง  ผมกับลูกชายคนสุดท้ายเป็นเพื่อนกัน สนิทกัน ก็รู้จักกับครอบครัวนี้ดี ปัจจุบัน ทั้งลุงจั๋นติ๊บ แม่ศรีออน ได้เสียไปแล้ว รวมทั้งเพื่อนผมด้วย(ตายด้วยโรคฮิต) ปัจจุบันก็ยังมีลูกชายคนโตเปิดร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ ตัวแทนนิยมพานิชย์อยู่  หากต้องการข้อมูลใดๆ ก็ยินดี

ผมเป็นคนใต้ไปแล้วนะครับ ตอนนี้  55
prachid #10
ข้อความแทนตัว: ประชิด
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2007 · 30 โพสต์ · ที่อยู่: 282/4 ถ.ชนเกษม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
ผมเอามาจาก google นะครับ




เพลงคำเมือง (นิยมอ่าน “เพงกำเมือง”)
พรพรรณ วรรณา (2542 : 4757-4766) ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงคำเมือง ในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 9 ดังนี้

เพลงคำเมือง คือเพลงที่มีเนื้อร้องเป็นภาษาถิ่นล้านนา ซึ่งกล่าวได้ว่ามีกำเนิดและพัฒนาการส่วนหนึ่งต่อเนื่องมาจากเพลงพื้นบ้าน เพลงคำเมือง อาจแบ่งตามรูปแบบได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. เพลงลูกทุ่งคำเมือง
2. เพลงโฟล์คซองคำเมือง
3. เพลงสตริงคำเมือง
4. เพลงเมดเล่ย์คำเมือง

เพลงลูกทุ่งคำเมือง
เพลงลูกทุ่ง เป็นเพลงที่มีการผสมผสานอย่างเหมาะสมระหว่างคุณลักษณะเพลงไทยเดิมและเพลงไทยสากล เป็นเพลงที่แพร่หลายและได้รับความนิยมมากในท้องถิ่นไทยทุกภาค มีผู้ให้ข้อสังเกตว่าเพลงลูกทุ่งอยู่ในความนิยมของชาวบ้านได้ ก็เพราะเจือลักษณะพื้นบ้านไว้ได้มากที่สุด สอดคล้องและเข้ากันได้กับชีวิตของชาวบ้าน ความนิยมเพลงลูกทุ่งในท้องถิ่นล้านนาก็เช่นเดียวกัน ชาวล้านนานิยมเพลงลูกทุ่งกันอย่างแพร่หลาย จนเกิดการพัฒนาไปสู่เพลงในลักษณะ “เพลงลูกทุ่งคำเมือง” ซึ่งเป็นเพลงที่ร้องด้วยภาษาท้องถิ่นในที่สุด
ในภาคเหนือเริ่มปรากฏเพลงในลักษณะ “เพลงลูกทุ่งคำเมือง” เมื่อประมาณ พ.ศ. 2497-2498 โดยมีการเริ่มก่อตั้งวงดนตรีไทยสากลขึ้นในเชียงใหม่ ได้แก่ วงลูกระมิงค์ วงดาวเหนือ วงดุริยะเวียงพิงค์ ซึ่งในภายหลังเรียกขานกันว่าเป็นแบบ “วงดนตรีลูกทุ่ง”

วงดนตรีลูกระมิงค์ เป็นวงดนตรีที่เริ่มมีการแต่งเพลงด้วยลีลา “ลูกทุ่งคำเมือง” ขึ้น ผู้แต่งเพลงคนสำคัญ คือ สุริยา ยศถาวร เนื้อร้องเป็นภาษาคำเมือง มักจะมีเนื้อหาชวนตลกขบขัน เช่น เพลงลืมอ้ายแล้วกา คนสึ่งตัง ปี๊นเก๊าบ่าตัน เป็นต้น มีนักร้องที่สามารถแต่งเพลงคำเมืองคนอื่นๆ อีก เช่น วีระพล คำมงคล ถวิล รัตนแก้ว เป็นต้น เพลงลูกทุ่งคำเมืองเหล่านี้ได้รับความนิยมไม่น้อย

วงดนตรีที่มีชื่อเสียงในเชียงใหม่ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2499 ก็คือวง ซี.เอ็ม. และในปี พ.ศ. 2507 ก็มีวงดนตรีที่แยกตัวออกมาจากวง ซี.เอ็ม. คือวงศรีสมเพชร นับเป็นวงที่สืบทอดการเล่นเพลงในลีลาเพลงลูกทุ่งคำเมืองไว้กว่า 30 ปี โดยมีนักร้องและนักแต่งเพลงประจำวง เช่น สุริยา ยศถาวร วีระพล คำมงคล เป็นต้น ตัวอย่างเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เช่น เพลงสาวมอเตอร์ไซค์ หยุบมือกำ บ่เกย เย็นฤดี บ่าวโหล ฯลฯ เป็นต้น

จุดเริ่มต้นที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การตั้งวงดนตรี “พื้นเมืองประยุกต์” ขึ้นในเชียงใหม่ กล่าวคือ อำนวย กะลำพัด นักจัดรายการเพลงชื่อดังของสถานีวิทยุในเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของคณะซอในสังกัดห้างรัตนเวช ได้ตั้งคณะละครซอ และตั้งวงดนตรีในแบบพื้นเมืองประยุกต์ขึ้น โดยใช้เครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น ซึง สะล้อ ขลุ่ย ปี่ชุม ผสมผสานกับเครื่องดนตรีสากล เช่น กลอง เบส กีตาร์ และกีตาร์ไฟฟ้า เพลงที่เล่นมีทั้งเพลงในลีลาลูกทุ่ง และนำทำนองเพลงซอมาใส่เนื้อร้องใหม่ หรือบางเพลงก็เป็นบทซอที่มีมาแต่เดิม แต่นำมาบรรเลง ในลีลาผสมผสานระหว่างพื้นเมืองกับสากล ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก วงดนตรีดังกล่าวในตอนแรกตั้งชื่อว่า “อำนวยโชว์” ภายหลังเมื่ออำนวย กะลำพัด ออกจากกิจการไปก็มีการตั้งชื่อวงใหม่ว่า “สี่โพธิ์แดง”

ถึงแม้ว่าจะมีผู้ริเริ่มแต่งเพลงลูกทุ่งคำเมืองขึ้นอย่างจริงจังตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2500 แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้ที่ทำให้เพลงคำเมืองเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปในหมู่ประชาชนทั่วไปได้กว้างขวางที่สุด คือศิริพงษ์ ศรีโกไสย (ย่าบุญ) นักจัดรายการเพลงในสถานีวิทยุในเชียงใหม่มากว่า 30 ปี (เสียชีวิตเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2541) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งวงดนตรีศรีสมเพชร ร่วมกับประสิทธิ์ ศรีสมเพชร และในปี พ.ศ. 2511 เขาเป็นผู้นำวงดนตรีศรีสมเพชรไปบันทึกแผ่นเสียงที่ห้องบันทึกเสียงกมลสุโกศล กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เพลงที่ได้รับการบันทึกแผ่นเสียงเป็นชุดแรกคือ เพลงเย็นฤดี นั่นเอง นอกจากนี้ เขายังได้นำเพลงซอพื้นเมืองมาประยุกต์ร้องร่วมกับดนตรีไทยสากลเป็นคนแรกของเชียงใหม่ คือ เพลงหนุ่มซอรอแฟน โดยให้ แสงจันทร์ สายวงค์อินทร์ เป็นผู้แต่งเนื้อร้องจากทำนองซอเดิม คือ ซอเงี้ยว หรือ ซอเสเลเมา เมื่อ พ. ศ. 2513 โดยมี วีระพล คำมงคล เป็นผู้ขับร้อง

เมื่อเพลงเย็นฤดี เพลงหนุ่มซอรอแฟน ฯลฯ ได้รับความนิยม ต่อมาอีกเป็นเวลานานจึงมีการนำนักร้องไปบันทึกแผ่นเสียงอีกเรื่อยๆ แต่ยังไม่มีลักษณะเป็นเชิงธุรกิจเหมือนปัจจุบัน ช่วง พ.ศ. 2510-2520 จึงถือว่าเพลงคำเมืองของ วีระพล คำมงคล สุริยา ยศถาวร ฯลฯ เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี โดยมี ศิริพงษ์ ศรีโกไสย เป็นผู้ให้การสนับสนุนอยู่ตลอด และในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2522 เข้าได้เป็นผู้ริเริ่มพาช่างซอและคณะละครซอไปแสดงที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ลำปาง และเป็นผู้ให้การสนับสนุน นายสุรินทร์ หน่อคำ หรือไอ่เก๋า อี่ต่วม บุญศรี รัตนัง บัวซอน อินทร์ถา และช่างซอหรือนักร้องเพลงคำเมือง

เพลงโฟล์คซองคำเมือง
ในระยะต่อมาประมาณต้นทศวรรษที่ 2520 ความนิยมในวงดนตรีลูกทุ่งคำเมืองเริ่มลดลง ในขณะเดียวกันหนุ่มสาววัยรุ่นซึ่งมีชีวิตอยู่ในเมืองและได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากตะวันตก เริ่มนิยมดนตรีแบบโฟล์คซองมากขึ้น โดยความหมายแล้วคำว่า “โฟล์คซอง” (folk song) นั้นหมายถึง “เพลงพื้นบ้าน” แต่ความหมายที่วัยรุ่นหนุ่มสาวไทยรู้จักและนิยมกันนั้น มิได้หมายถึงเพลงพื้นบ้านดั้งเดิมของไทย แต่หมายถึงลักษณะของเพลงตะวันตกที่มีลีลาการ้องและการเล่นดนตรีเรียบง่ายไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงโฟล์คซองอเมริกันมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นไทยมาก เครื่องดนตรีที่ใช้เล่นประกอบด้วยกีตาร์โปร่ง เม้าท์ออแกนและแบนโจ ผู้เล่นเพลงโฟล์คซองอาจจะเล่นดนตรีและร้องเดี่ยวๆ หรืออาจจะตั้งเป็นวง 2-3 คนก็ได้
จุดเริ่มต้นของ “โฟล์คซองคำเมือง” นั้นก็คือการที่มีผู้นำเอาเพลง “ลูกทุ่งคำเมือง” มาเล่นและร้องในสไตล์ของโฟล์คซอง มีการแต่งเพลงขึ้นใหม่โดยใช้ภาษาคำเมือง ตลอดจนนำเอาเพลงซอมาขับร้องใหม่ โดยใช้กีตาร์เป็นเครื่องดนตรีประกอบ นั่นคือกำเนิดของเพลงแบบผสมครึ่งท้องถิ่นครึ่งตะวันตก ที่เรียกว่า “โฟล์คซองคำเมือง” ซึ่งได้รับความนิยมแพร่หลายต่อมา

เมื่อโฟล์คซองคำเมือง เริ่มเป็นที่นิยมแล้ว ก็ได้มีผู้บุกเบิกการบันทึกเสียงเพลงโฟล์คซองคำเมืองลงเทปตลับ ออกจำหน่ายคือ มานิต อัชวงศ์ เจ้าของร้านท่าแพบรรณาคาร โฟล์คซองคำเมืองชุดแรกที่ได้รับการบันทึกเสียงคือชุดของ “คณะต่องและเพื่อน” เทปชุดแรกนี้ดูเหมือนจะเป็นการทดลองในแง่ของการตลาด เพลงคำเมืองจึงมีเพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านหนึ่งของเทปเป็นเพลงตะวันตก เทปชุดที่สองต่อมา คือชุดของจรัล มโนเพ็ชร ซึ่งนับว่าเป็นชุดที่ได้รับความสำเร็จไม่น้อย การโฆษณาทางสื่อมวลชนต่างๆ เป็นแรงหนุนส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลงโฟล์คซองคำเมืองได้รับความนิยมไม่เฉพาะแต่ในภาคเหนือเท่านั้น แต่ยังแพร่หลายไปทั่วประเทศโดยลำดับ ชื่อของจรัล มโนเพ็ชร เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการเพลงอย่างกว้างขวาง มีนักร้องร่วมในเทปชุดต่อๆ มาอีกคือ เกษม มโนเพ็ชร และสุนทรี เวชานนท์

เพลงสตริงคำเมือง

ในช่วง ที่เพลงโฟล์คซองกำลังได้รับความนิยมอยู่นี้ มีผู้ริเริ่มก่อตั้งวงดนตรีในลักษณะ “วงสตริงคำเมือง” ขึ้น โดยได้รับอิทธิพลจากวงดนตรีแนวป๊อบ หรือเพลงสมัยใหม่ของทางตะวันตก วงที่ตั้งขึ้นเป็นวงแรกได้แก่ “วงนกแล” ซึ่งถือว่าเป็นวงดนตรีเด็กแนว “สตริงคำเมือง” ที่ได้รับความนิยมมากทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2527 อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพลงคำเมืองที่ได้รับความนิยมอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ยาวนัก คือ ช่วงประมาณปลายทศวรรษที่ 2520 ถึงต้นทศวรรษที่ 2530

เพลงที่เป็นที่รู้จักทั้งในระดังท้องถิ่นถึงระดับประเทศ ได้แก่ เพลงนกแล เพลงหนุ่มดอยเต่า ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ ก็ยังมีวงที่ได้รับความนิยมวงอื่นๆ อีก เช่น วงเดอะม้ง วงสายธาราคอมโบ้ ฯลฯ เป็นต้น เพลงแนวสตริงเหล่านี้ ได้พัฒนาไปสู่เพลงในลักษณะ “เพลงเมดเล่ย์คำเมือง” ในภายหลัง

เพลงเมดเล่ย์คำเมือง

เพลงเมดเล่ย์คำเมือง เป็นการนำเอาเพลงคำเมืองที่เคยได้รับความนิยมในอดีตมาบันทึกเสียงใหม่ในลีลาและท่วงทำนองที่เร้าใจในลักษณะของเพลง disco ผู้ที่บุกเบิกเพลงในแนวนี้ ได้แก่ ออด (ไพศาล ปัญโญ) รวมแพลงเมดเล่ย์คำเมือง ชุด “กรุแตก” ของเขาที่ออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2539 ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และมีเพลงในลักษณะเดียวกันของนักร้องคนอื่นๆ ออกวางจำหน่ายตามมาอีกหลายชุด


รายการอ้างอิง

พรพรรณ วรรณา. 2542. “เพลงคำเมือง.” ใน สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ เล่ม 9. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์.
prachid #11
ข้อความแทนตัว: ประชิด
สมาชิก : ผ่านไปแล้ว ตุลา 2007 · 30 โพสต์ · ที่อยู่: 282/4 ถ.ชนเกษม อ.เมือง สุราษฎร์ธานี
กลุ่มสมาชิก: สมาชิก
Show profile · Link to this post
เสริม แฮ๋มหน๋อย เพราะวันพรุ่งนี้ไม่ได้อยู่หน้าคอมไปอีก 3-4 วัน

ชุดแรกของอ้ายเกษม มโนเพ็ชร ออกปี 2523 น่าจะใช้ชื่อชุด หยุบมือกำ(ไม่แน่ใจ แต่เพลงโปรโมทเพลงนี้แน่ๆ กับเพลง จ๋อมเบ็ดก่างโต้ง)
แต่ ของ สมบูรณ์ บุญโรจน์ ออกเทปก่อนกับ ห้าง Sure ชื่อชุด จังคนเอ็น แต่มาออกชุดสองชื่อ ตำฮายา ตามที่อ้ายมานิดว่าไว้(ต่ำฮายา นี่เอามาจากซอของ ลุงจั๋นติ๊บที่ซอไว้ดั่งเดิม)

ส่วนภูสมิงชุดแรก ออกกับพี่ธนิษต์ ชือชุด ขอรัก ซึ่งต้องบอกว่าเป็นชุดที่ผมชอบมาก
ปิด ลดขนาด – เพิ่มขนาด + ตอบกลับโพสต์นี้:
การยืนยัน: VeriCode กรุณาใส่รหัสตามในภาพที่ปรากฏลงในช่อง เพื่อยืนยันการมีตัวตน
ใส่ Emotion: ^^ :| :-D :* :no: :cool: :cry: :heart: :idea: :info: :jap: :cxp:
อักษรพิเศษ:
ไปที่หมวด
Unclassified NewsBoard 1.6.3 © 2003-6 by Yves Goergen
ขณะนี้เวลา: 23-09-2014, 20:29:05 (UTC +07:00)