ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ · ลืมรหัสผ่าน · สมัครสมาชิก
เว็บบอร์ด: เข้าใช้ Webboard RSS
เพลงล้านนา
"สาวปั่นฝ้าย" กับ "ล่องแม่ปิง"
อึ่ง (ผู้มาเยือน) #1
No profile available.
Link to this post
หัวเรื่อง: เพลงล้านนา
หยิบมาเปิดฟังช่วงอากาศร้อนนี้ เย็นใจจริง  ใครหนอบอกว่า "ล่องแม่ปิง" เป็นเพลงเก่า ต้องทำความเข้าใจใหม่ว่า "ทำนองเพลง คือ เพลงสาวปั่นฝ้าย มรดกเพลงของคนล้านนา แต่คุณจรัล นำมาใส่เนื้อร้องสอนใจชาวล้านนา เป็นชื่อเพลงล่องแม่ปิง"

   อยากฟังเพลงสาวปั่นฝ้าย ฉบับฉ่ำใจ มาทางนี้ http://intranet.m-culture.go.th/khonkaen/t1/index2.htm (ดูที่คอลัมน์ซ้ายมือ จะมีเพลงนี้) บรรเลงโดย national symphony orchestra กรมศิลปากร
อึ่ง (ผู้มาเยือน) #2
No profile available.
Link to this post
วง "เครื่องสายฝรั่งหลวง" ที่บรรเลงเพลงนี้ ควบคุมการบรรเลงโดย อาจารย์สถาพร นิยมทอง กรมศิลปากร สังเกตุว่า โน๊ทเพลงไทยเดิม กับโน๊ทเพลงสากลของวงเครื่องสายฝรั่งหลวงนี้สอดรับกันและกันดี ไพเราะมาก
สะบันงา (ผู้มาเยือน) #3
No profile available.
Link to this post
ตามไปฟังมาแล้ว ขอบคุณที่นำมาแนะนำกัน
เดียร์ (ผู้มาเยือน) #4
No profile available.
Link to this post
เคยฟังเพลงหนึ่งที่ ชื่อว่า 'จันทร์'  ของ โจ้ ธนรัฐ นักร้องค่ายอาร์เอส  ทำนอง คล้ายล่องแม่ปิง มากมากครับ ที่ร้อง จันทร์เอ๋ยจันทร์ที่ลอยเด่นฟ้า..จะมีน้ำตาเหมือนฉันบ้างไหม (ซอล..ซอล..ล้า..ซอล..มี..ซอล.. ลา..โด..ซอล..ลา..ซอล..โด..มี..เร..ซอล..มี)
มานิด อัชวงศ์ (ผู้มาเยือน) #5
No profile available.
Link to this post
คุณอึ่ง - สะบันงา - เดียร์ / ถ้ามีหนังสือ "ซึงสุดท้าย" โปรดหยิบขึ้นมาอ่าน บทความที่เชียนถึงความเป็นมาของ เพลง "ล่องแม่ปิง"
เดียร์ (ผู้มาเยือน) #6
No profile available.
Link to this post
อ่านแล้วคร๊าบบ... อยากสอบถามว่า โลเกชั่น น้ำตก ที่คุณจรัลและคุณสุนทรี ในภาพ..คือน้ำตกแม่...อะไร, มาทายกันดีกว่าครับ?
เดียร์ (ผู้มาเยือน) #7
No profile available.
Link to this post
เดียร์ ทาย ว่าน้ำตกแม่ยะ
ไม่ประสงค์ออกนาม (ผู้มาเยือน) #8
No profile available.
Link to this post
ไม่แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องหรือเปล่านะ

อ้ายจรัลเขียนคำร้องเพลงนี้โดยให้ชื่อเพลงว่า" สอนสาว" ใช้ทำนองเพลงล่องแม่ปิง ซึ่งชาวล้านนาทั่วไปรู้จักกันเป็นอย่างดี

ต่อมาคนมักจะเรียกว่าเพลงล่องแม่ปิงสอนสาว

เนื้อเพลงฉบับลายมือของอ้ายเคยเห็นอยู่ในเก้าอี้เปียโนที่ร้านบ้านสุโขทัยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน

ต่อๆ มาอีกเหลือแค่คำว่าล่องแม่ปิง

ซึ่งอ้ายจรัลก็ดูจะพอใจให้เรียกแบบนี้
อึ่ง (ผู้มาเยือน) #9
No profile available.
Link to this post
อายุของเพลง "สาวปั่นฝ้าย" มากกว่า เพลง "ล่องแม่ปิง" สงสัยประเด็นของพี่"ไม่ประสงค์ออกนาม" ว่า ทำไมระบุว่า "ทำนองเพลงล่องแม่ปิง" ควรระบุว่า "ทำนองเพลง สาวปั่นฝ้าย ซึ่งเป็นเพลงล้านนา และเพลงล่องแม่ปิง นำทำนองมาประยุกต์ให้เช้ากับกาลสมัย" ครับ รู้สึกงง งง
ไม่ประสงค์ออกนาม (ผู้มาเยือน) #10
No profile available.
Link to this post
เพลงล่องแม่ปิงที่กล่าวมา

หมายถึงเพลงล่องแม่ปิงที่มีแต่ทำนอง

เป็นทำนองเพลงที่นักดนตรีพื้นบ้านล้านนาทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี และนิยมนำมาบรรเลงในโอกาสต่างๆ เสมอ

ตัวผมเองจำได้ว่าฟังเพลงนี้ครั้งแรกจากฝีมือการบรรเลงซึงของพ่อครูอุดม ณ.เชียงใหม่เมื่อประมาณสี่สิบปีก่อน ไพเราะจับใจจริงๆ

อ้ายจรัลเคยให้สัมภาษณ์ว่าได้หยิบทำนองนี้มาใช้ในเพลงสอนสาว

(ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย)

ซึ่งต่อมาคนมักจะเรียกว่าเพลงล่องแม่ปิง จริงๆแล้วเพลงล่องแม่ปิงมีแต่ทำนอง ไม่มีคำร้อง มีมานานแล้ว ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง

ตัวผมเองมิได้มีเจตนาจะมาต่อล้อต่อเถียงเพื่อเอาชนะ แค่อยากนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ผิดพลาดต้องขออภัย
นำตาล (ผู้มาเยือน) #11
No profile available.
Link to this post
ใครแต่งเพลงล่องแม่ปิงคะ
มานิด อัชวงศ์ (ผู้มาเยือน) #12
No profile available.
Link to this post
ตอบคุณนำตาล และ ท่านผู้สงสัย รวมถึงท่านผู้เกี่ยวข้อง

เคยในกระทู้นี้แล้ว

ขอตอบอีกครั้ง ด้วยการยกบทความชิ้นหนึ่งจาก หนังสือ "ซึงสุดท้าย"


ล่องแม่ปิง


                เพลงนี้มีชื่อเล่นว่า “ดอกบัวตอง” เพราะผู้ฟังเพลงต่างจำเนื้อเพลงท่อนแรกได้ ฟังจนติดหู

                “ดอกบัวตองนั้นบานอยู่ยอดดอย ดอกเอื้องสามปอย...........”

                ตามสถิติของวงการเพลง คาราโอเกะ “ล่องแม่ปิง” เป็นเพลงที่ถูกเลือกร้องมากที่สุดในจำนวนเพลงทั้งหมดของ จรัล มโนเพ็ชร

                เมื่อเพลงนี้ออกสู่ตลาดครั้งแรก จรัล มโนเพ็ชร เป็นผู้ขับร้องเอง  ต่อมา สุนทรี เวชานนท์ ได้บันทึกเสียง นับเป็นเวอร์ชั่นที่สอง

                คงยากที่จะบอกว่า เสียงร้องของใคร จะได้รับความนิยมมากกว่ากัน

                ทุกครั้งที่ เขาทั้งสองคนขึ้นเวที หากในกรณีต่างเวทีกัน ต่างต้องร้องเพลงนี้

                หากอยู่บนเวทีเดียวกัน ต้องเป็นหน้าที่ของ สุนทรี เวชานนท์

                เพลง “ล่องแม่ปิง” แต่งคำร้อง-ทำนอง โดย จรัล มโนเพ็ชร

                แต่มักจะมีผู้คนที่ไม่เข้าใจเรื่องดนตรีอย่างลึกซึ้ง เข้าใจว่า “ล่องแม่ปิง” เป็นเพลงพื้นบ้าน

                เพลงนี้เกิดเมื่อปี 2527 หากนับถึงปีที่พิมพ์หนังสือนี้ เพลงนี้ก็มีอายุครบ 20 ปี

                ผมเองรับภาระหนักในการให้คำตอบ หรือชี้แจง จนตอนหลังผมก็เริ่มเบื่อ ๆ เหมือนกัน

                กับนักดนตรีพื้นเมืองคนหนึ่ง เขาบอกว่า “ บ่ไจ้เพลงของอ้ายรัล เฮาได้ยินมาตั้งแต่ละอ่อน”  ผมกับจรัลได้แต่นึกขำในใจ  ก็ เพลงเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่เขาเป็นละอ่อนนั้นมันกี่ปีแล้ว ได้ยินกันจนชินหู และ ด้วยทำนองที่กลมกลืนกับความเป็นชาวเหนือออกอย่างนั้น

                อาจารย์ธนิฐ ธนโกเศศ นักแต่งเพลงชาวภาคกลาง ผู้รักที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ภาคเหนือ และมักจะแต่งเพลงที่เกาะเกี่ยวเกี่ยวเนื่องกับชีวิตชาวเหนือ  เถียงแทนผมและจรัล อยู่หลายครั้ง  “เพลง ล่องแม่ปิง ไม่ใช่เพลงพื้นเมือง ไม่ใช่เพลงพื้นบ้าน เพราะหากเป็นเพลงพื้นบ้านพื้นเมืองเหนือจริง จะไม่สามารถใส่คำร้องเนื้อภาษาไทยได้เลย มันมีแฟลต มีชาร์ป” ช่างมันเถิดครับผมเองก็ไม่มีความรู้ด้านดนตรี ผมไม่เข้าใจ ผมเลิกสนใจแล้ว และเจ้าตัวก็ไม่มีโอกาสจะถกเถียงใด ๆ ทั้งสิ้น

                ผมก็ได้แต่นึกว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้จากไป  ใครจะเชื่อใครจะให้เกียรติก็ขอบคุณ ใครไม่เชื่อไม่รับรู้ ก็ไม่เป็นไร เพลงเกิดขึ้นมาแล้ว ได้รับความนิยมแล้ว

ได้รับใช้แผ่นดินเกิด ได้ตอบแทนแม่น้ำปิงแล้ว

                ครั้งหนึ่งในคอนเสิร์ต “มาลัยหลากสี”  ที่โรงละครแห่งชาติ สนามหลวง กทม. จรัล ได้ร้องเพลงนี้  ช่วงคอนเสิร์ตเลิกแล้ว ผมได้ยินเสียงสุภาพสตรีสองท่านเดินคุยกัน

                “ฉันชอบ “ล่องแม่ปิง” มากเสียง จรัล เค้าทุ้มหวานฟังแล้วนึกถึงแม่น้ำปิง”  เพื่อนสวนตอบ “น้ำ แม่ปิงที่ไหนกัน น้ำกรดต่างหาก เหมือนเสียสตางค์พากันมานั่งฟัง จรัล เค้าด่า กุลสตรีที่ดีต้องทำอย่างโน้น ต้องทำอย่างนี้ ฉันไม่ชอบเนื้อเพลงนี้มาก ๆ”

                ก็ต่างมุมมองกันครับ

                ท่านผู้อ่านครับ  เมื่อปี 2520 ผมและ จรัล มโนเพ็ชร ได้ออกเดินทางลัดเลาะไปทั่วภาคเหนือ เพื่อทำงานเพื่อร้องเพลง  วันหนึ่งผมพบที่ดินผืนหนึ่ง เป็นที่ดินที่ชาวบ้านจับจองเพื่อปลูกพืชไร่ ทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง

                วันนั้นเพลง “อุ้ยคำ” เกิดแล้ว ได้รับความนิยมแล้ว

                เจ้าของที่ผืนนี้ก็ชื่อ “อุ้ยคำ” เช่นกันแต่เป็น “อุ้ยป้าจาย” หรือ “ลุงคำ”

                “อุ้ยคำ” เสนอขายที่ผืนนี้ให้ผม เพราะแก่แล้ว ทิ้งไว้ก็ไม่เกิดประโยชน์

                ผมตกลงซื้อผืนนี้  เจ้านายจรัล เป็นผู้ออกความเห็น “ คุณมานิด เรารักษาที่ดินผืนนี้ใช้เป็นป่าชุมชน ปล่อยตามธรรมชาติอย่างนี้แหละ ใช้เป็นที่พักผ่อน พวกเราใครอยากจะมาก็มา ชาวบ้านจะได้เข้ามาเก็บของป่า อาศัยป่าเลี้ยงปากท้อง

                ในตอนแรก ๆ เราปล่อยที่ผืนนี้ตามธรรมชาติ

                เราปล่อยให้เนินเขา อยู่คู่กับหุบเขา

                เราปล่อยให้แม่น้ำปิง ไหลผ่านชายฝั่งที่มีทั้งทรายและก้อนกรวดงาม ๆ

                อีกด้านหนึ่งเป็นลำธารเล็ก ๆ

                หมอกยังลงทุกเช้าทุกค่ำคืน

                ที่ดินผืนนี้เราเรียกว่า “ไร่อุ้ยคำ” เพราะเจ้าของเดิมชื่อ “อุ้ยคำ” มิได้ตั้งตามชื่อเพลง

                “ไร่อุ้ยคำ” เคยเป็นที่รับแขกส่วนตัวคณะใหญ่ ๆ ของผมมากถึงสามครั้ง

                ครั้งแรก ผมนำพาผู้ดำเนินรายการวิทยุทีมงานทั่วประเทศของนายห้างประจวบ จำปาทอง เกือบร้อยคนเข้าไปพักแรม

                ครั้งสอง ผมนำพาแขกของ นิตยสาร “เพื่อนเดินทาง” จำนวนเต็มสองคันรถบัส เข้าไปท่องเที่ยว อย่างนักท่องเที่ยว

                ครั้งสาม  ช่วง สงกรานต์ เราทำหน้าที่เป็นบริษัทนำเที่ยว พานักท่องเที่ยวแฟนเพลงของเราอีกสองคันรถบัส เข้าไปเที่ยว ทำแค้มป์ไฟ ร้องรำทำเพลงกัน ผมเชื่อว่าหนึ่งในแฟนเพลงกลุ่มนี้ จะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ หากเป็นจริง ผมขอส่งความสุข ความปรารถนาดีไปยังท่าน

                ทุกครั้งเป็นการตั้งเต้นท์นอน ทุกคนมีความสุข  หลาย ๆ คนกลับไปเที่ยวแล้วเที่ยวอีก

                ทั้ง ๆ ที่ว่าเป็นป่า มิใช่รีสอร์ท ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีห้องน้ำ

                ทุกวันนี้ “ไร่อุ้ยคำ” ยังอยู่เหมือนเดิม และยินดีต้อนรับทุกท่าน

                ครูเพทาย ปทุมทอง  และครอบครัว  ทำหน้าที่เฝ้าไร่อุ้ยคำให้เรา และรักษาสรรพสิ่งอย่างเดิม

                ที่ไร่อุ้ยคำ แห่งนี้แหละ เป็นที่สร้างงาน เป็นที่เกิดงานเพลงมากมาย เช่น “ล่องแม่ปิง”

“แม่ปิงซิมโฟนี” หนึ่งในสองของ “ล้านนาซิมโฟนี”  และอื่น ๆ อีกมากมาย

                หาก ท่านอยากจะไปเที่ยว ติดต่อผมครับ ยินดีต้อนรับ จะประสานงานแจ้งให้ ครูเพทายดูแล ให้การต้อนรับท่าน อย่างน้อยก็หุงข้าวในกระบอกไม้ไผ่ให้ท่านทานกัน
ปิด ลดขนาด – เพิ่มขนาด + ตอบกลับโพสต์นี้:
การยืนยัน: VeriCode กรุณาใส่รหัสตามในภาพที่ปรากฏลงในช่อง เพื่อยืนยันการมีตัวตน
ใส่ Emotion: ^^ :| :-D :* :no: :cool: :cry: :heart: :idea: :info: :jap: :cxp:
อักษรพิเศษ:
ไปที่หมวด
Unclassified NewsBoard 1.6.3 © 2003-6 by Yves Goergen
ขณะนี้เวลา: 21-08-2014, 22:10:53 (UTC +07:00)